วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ความทรงจำสีจาง ๆ
“ ความทรงจำสีจางจาง ” อดีตมันไม่เคยจากเราไปไหน มันยังคงถูกเก็บไว้ในมุมหนึ่งของหัวใจ ยังคงรอคอยวันที่เราจะดึงมันกลับมาเพื่อคิดถึงอีกครั้ง ยิ่งนานวัน เมื่อชีวิตของคนเราได้พบเจอสิ่งใหม่ๆ ได้พบปะกับผู้คนมากมาย เรื่องเก่าๆในอดีตมันก็เหมือนจะถูกลบเลือนหายไปกับกาลเวลา กลายเป็นความทรงจำสีจางๆ แต่เพียงเราได้ยินเพลงเก่าๆ สถานที่เดิมๆ ความทรงจำเส้นนั้นมันก็จะทำให้เราคิดถึง วันวานได้ ร้านเจ้เล้ง ต่อ : เฮ้ย ! ไอ่วิน แกทำไมใจร้ายกับน้องตาลว่ะ น้องเค้าโครตรักแกเลยน่ะเว้ย วิน : ไอ่เชี่ยต่อ ข้าบอกแกแล้วน่ะเว้ยว่าข้าไม่ชอบ ไม่ชอบยังไงมันก็ไม่ชอบหว่ะแกจะให้ข้าคบกับน้องเค้าได้ไง ข้าไม่อยากให้น้องเค้าเสียใจทีหลัง ต้น : แกพอได้ล่ะไอ่ต่อ เซ้าซี้ไอ่วินอยู่ได้ ข้ารำคาญหว่ะ ไอ่วินหน่ะมันยึดมั่นกับรักครั้งแรกเว้ย “ รักครั้งแรกมันมักจะไม่สมหวัง แต่จะอยู่ในความทรงจำของเรานานที่สุดไงหล่ะ ” ข้าเป็นเพื่อนกับมันมาตั้งแต่อนุบาลก็เห็นมีแต่ หนูดี คนเดียวเนี่ยแหล่ะที่มันสนใจ หนูดี แค่ได้ยินชื่อ ผมก็คิดถึงเด็กหญิงตัวเล็กๆ ตาโตๆ ผมแกละ ที่ชื่อ พัชราวดี คนนี้ซะแล้วสิ เธอหายไปจากสมองอันชาญฉลาดของผมมานานหลายปีแล้วครับ กี่ปีแล้วไม่รู้ที่เธอไม่ได้โลดแล่นอยู่ในความฝันของผม เวลาคิดถึงเธอทีไร ผมก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้......... ผมชื่อ เด็กชาย กวินทร์ หัวหน้าห้องชั้นอนุบาล 2/1 สัญลักษณ์ประจำตัว สิงโตครับ ( ผมจำได้ว่าตอนพวกเราอยู่ชั้นอนุบาลครูจะติดสัญลักษณ์ประจำตัวไว้บนแฟ้ม แก้วน้ำ งานต่างๆของเรา จำได้รึเปล่าหล่ะครับว่าสัญลักษณ์ประจำตัวตอนนั้นของคุณคืออะไร ? ) วันนี้ครูจะแนะนำเพื่อนใหม่น่ะ ครูก็พาเด็กหญิงคนหนึ่งเข้ามาในห้อง เธอก็ร้องไห้ไม่ยอมหยุดตั้งแต่เช้า ผมในฐานะหัวหน้าห้อง ( ฉายแววฮีโร่ตั้งแต่เด็กเลยครับ ) ผมก็เข้าไปชวนเธอคุย “ หวัดดี เราชื่อวิน เธอชื่ออะไรเหรอ ” เธอก็หยุดร้องไห้ได้ไม่ถึง 1 นาที ก็กลับไปร้องไห้ต่ออีกล่ะ “ เออ เรามาเป็นเพื่อนกันมั้ย ” เธอก็ไม่ยอมตอบผมอีกแถมยังร้องไห้หนักกว่าเดิมซะอีก ตกลงผมทำให้เธอร้องไห้ใช่ป่ะ ผมก็เลยปลอบเธอ “ โอ๋ เดี๋ยวคุณแม่ก็จะมารับแล้วน่ะ เธอต้องหยุดร้องได้ก่อนสิ ” ได้ผลแฮ่ะ หยุดร้องไห้จริงๆด้วย ตอนนี้ครูให้วาดรูปอะไรก็ได้ส่งน่ะ “ วิน หนูดีไม่อยากวาดรูปตอนนี้หน่ะ หนูดีไม่วาดน่ะ ” เอ้าแล้วผมจะทำไงหล่ะเนี่ย ผมก็ต้องจำใจวาดรูปให้เธอหน่ะดิ เธอเป็นคนแรกเลยน่ะเนี่ยที่ผมวาดรูปให้ ผมเป็นคนวาดรูปเก่ง มีทั้งพรสวรรค์บวกกับพรแสวง ลงแข่งทีไรผมก็ได้ที่ 1 ทุกที นับตั้งแต่วันมาเธอก็ตามติดผมแจ มีกวินทร์ที่ไหนก็ต้องมีพัชราวดีที่นั่น แถมเธอยังให้ผมวาดรูปให้ทุกครั้งที่ครูสั่งให้ทำ ผมก็ต้องรีบทำของผมแล้วก็ทำให้เธอ ตอนส่งงานครูก็จะให้ส่งในแฟ้มของตัวเอง ผมจำได้แม่นเลยหล่ะว่าสัญลักษณ์เธอ คือ กระรอก เป็นสิ่งเดียวที่ผมจำได้เกี่ยวกับตัวเธอ เพราะผมเป็นคนส่งงานให้เธอหน่ะสิ เธอยังถามผมด้วยน่ะ “ มันเป็นตัวอะไรไม่รู้วิน หนูดีไม่ชอบมัน ” “ อ๋อ มันชื่อกระรอก น่ารักดีออก ” “ แล้วทำไมหางมันต้องม้วนๆด้วยหล่ะ ” ผมไม่รู้จะตอบยังไง “ ก็เหมือนผมของหนูดีหน่ะแหล่ะ ม้วนๆเหมือนหางมันเลย ” เธอก็เบ้หน้าครับ ตอนที่เธอเบ้หน้านี่มันตลกมากเลยครับ ผมแทบกลั้นหัวเราะไม่ไหว เธอก็ไม่ได้ถามอะไรผมอีก พอจบชั้นอนุบาลก็มีงานประจำปีของชั้น ครูให้เต้นเพลง “ พระอาทิตย์ยิ้มแฉ่ง แก้มแด้งแดง แต่งตัวทาแป้งโผล่มา ส่งยิ้มให้คุณหนู ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่...” ( คิดว่าหลายๆคนคงจำเพลงนี้ได้น่ะ ) ผมเต้นคู่กับเธอครับ รูปนั้นผมยังเก็บไว้อยู่เลย เก็บรักษาไว้อย่างดีซะด้วย มีอยู่ครั้งหนึ่งผมทะเลาะกับแม่ก็เพราะรูปใบนี้ ผมถอดรูปครอบครัวออก แล้วใส่รูปใบนี้ลงไปในกรอบแทนครับ แม่ผมนี่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลยหล่ะ ถามผมว่ารูปใบนี้สำคัญกับผมมากเลยเหรอ ผมตอบแม่ว่า “ สำคัญพอๆกับหัวใจของผม ” แม่นี่อึ้งไปเลยหล่ะครับ พอขึ้น ป.5 ผมกับเธออยู่ห้องเดียวกันตลอด เธอกับผมไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนเดิม เพื่อนๆก็พากันล้อผมกับเธอว่าเป็นแฟนกัน ผมเกลียดมากเลยเวลาถูกล้อ ผมเลยพยายามอยู่ห่างๆจากเธอ ไม่ยุ่งกับเธอ มีอยู่ครั้งหนึ่งเธอก็ให้ผมวาดรูปให้เหมือนเดิม ผมตวาดเธอไป “ วาดไม่เป็นรึไง แค่วาดรูปเองเนี่ยทำไม่ได้เหรอ หัดทำอะไรเองบ้างสิ ” สาบานได้เลยว่าผมเห็นน้ำตาเธอ แล้วนับจากวันนั้นเธอก็หันหลังให้ผม เราก็ไม่เคยคุยกันอีกเลย เธอเลิกยุ่งกับผมแล้วจริงๆ แทนที่ผมจะดีใจ แต่ผมกลับรู้สึกผิดซะมากกว่า การที่ครั้งหนึ่งเคยมีคนสนใจเรา ห่วงใยเราอยู่ข้างกายเราเสมอ แล้ววันหนึ่ง เค้าคนนั้นกลับกลายเป็นคนไม่รู้จัก มันเจ็บปวดมากทีเดียว แต่ผมไม่ง้อเธอหรอก กลัวเสียฟอร์ม แต่ผมก็ยังมองเธออยู่ห่างๆเสมอ ส่วนหนูดีหน่ะเหรอครับ เธอเปลี่ยนไปมากทีเดียว เธอมีเพื่อนกลุ่มใหญ่ ท่าทางเธอจะเป็นหัวหน้ากลุ่มซะด้วยสิ เธอร่าเริงแจ่มใส พูดเก่ง เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนทุกคน วันหนึ่งตอนท้ายเทอม ป.5 หนูดีกับกลุ่มเพื่อนๆเธอก็จับกลุ่มกันร้องไห้ ผมก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร จนวันสอบวันสุดท้าย เพื่อนเธอก็บอกว่า หนูดีจะย้ายบ้าน นั่นก็หมายความว่าเธอต้องย้ายโรงเรียนด้วยหน่ะสิ เราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ผมนี่ช๊อกเลย พอผมตั้งสติได้ ผมก็รีบวิ่งไปซื้อกระดาษปอนด์มาวาดรูปให้เธอครับ วาดรูปหนูดีให้สวยที่สุด เป็นของขวัญจากใจแทนคำขอโทษและตัวแทนมิตรภาพของเรา พอเสร็จผมก็รีบเอาไปให้เธอ แต่สายเกินไปเสียแล้วครับ เพื่อนเธอบอกว่า หนูดีพึ่งกลับไปเมื่อกี้นี่เอง ปัจจุบันนี้ผมยังเก็บรูปที่ผมวาดตอน ป.5 นั่นอยู่ วันนี้เมื่อผมกลับไปบ้าน ผมจะวาดรูปหนูดีอีกครั้ง หนูดีที่อยู่ในจินตนาการของผมและเธอจะยังคงอยู่ในมุมหนึ่งของหัวใจผมตลอดไป จงให้ “ความพิเศษ” เป็นชีวิตชีวา เป็นแววตาที่แจ่มใส เป็นความห่วงใยที่เมื่อนึกถึงทีไรก็ยิ้มได้ ไม่วิ่งหนี แต่ไม่วิ่งตาม ไม่หักห้าม แต่ไม่กระโจนใส่ ไม่เป็นน้ำตาลที่หวานอ่อนไหว แต่เป็นความอบอุ่นในหัวใจและเอื้ออาทร จงเป็นความแจ่มใสในอารมณ์ของตัวเอง เป็นความชุ่มชื่น สดใส เช่นสายน้ำ เป็นสีสันงดงามเช่นมวลผกา เป็นสีเขียวของใบไม้ ที่เย็นที่ตาและที่ใจ และที่ตรงนี้ จะอีกนานเท่าใด ไม่ว่า “คนพิเศษ” คนนั้นจะอยู่ใกล้ หรือต้องจากกันไกล “ความพิเศษ” นั้นก็จะคงอยู่อย่างมีคุณค่า ณ ที่เดิม ที่ซึ่งใจข้างซ้ายตรงกัน ปล. เพื่อนๆที่อ่านแล้วช่วยคอมเม้นท์ให้ด้วยน่ะค่ะ จะได้พัฒนาฝีมือต่อไป
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
เย้ ทำเส็ดซักที
ตอบลบตี๋ ของแกสวยเนาะ สีสันงามงด 555 5
ตอบลบเมื่อกี๊เม้นผิด เพราะเม้นไม่เป็น โทดทีนะจ๊ะ
:)